เสี่ยงผิดกฎ! เดเอฟเบเตรียมพิจารณาสามแข้งบุนเดสฯ ประท้วงในสนาม

สมาคมฟุตบอลเยอรมันยืนยันว่าจะมีการพิจารณาการกระทำของนักเตะสามรายในการแข่งขันบุนเดสลีกาช่วงสุดสัปดาห์ ที่แสดงออกว่าสนับสนุนการประท้วงในอเมริกา
คณะกรรมการวินัยของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมจะพิจารณากรณีของ จาดอน ซานโช, มาร์คัส ตูราม และเวสตัน แม็คเคนนี ที่แสดงออกถึงการประท้วงในสนามสำหรับเกมบุนเดสลีกาสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแสดงออกของนักเตะทั้งสามคนเป็นการสนับสนุนการประท้วงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ ที่เสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้การประท้วงเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวในครั้งนี้ได้รับความสนใจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ทำประตูแรกของตัวเอง ในเกมที่ยิงแฮตทริคใส่พาเดอร์บอร์นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จาดอน ซานโช ก็แสดงให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่มีข้อความว่า "ความยุติธรรมแต่ จอร์จ ฟลอยด์" ก่อนจะโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ

จากนั้น มาร์คัส ตูราม กองหน้าโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ก็แสดงออกด้วยการคุกเข่าลงกับพื้น หลังจากที่ยิงประตูยูเนียน เบอร์ลิน ส่วนเวสตัน แม็คเคนนี ผู้เล่นทีมชาติสหรัฐอเมริกาของชาลเก้ ได้สวมปลอกแขนที่มีข้อความเรียกร้องความยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์ ลงสนาม

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมพิจารณาว่าการกระทำของผู้เล่นทั้งสามคนนั้นผิดต่อระเบียบของบุนเดสลีกาที่ห้ามมีการแสดงออกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในสนามหรือไม่

 

ทีมไหนไปชปล.-ตกชั้น!พ่อมดคำนวณอันดับพรีเมียร์ฯ

พ่อมดแห่งการคำนวณ วิเคราะห์อันดับ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ หลังเตรียมกลับมาดวลแข้งกันต่อ ดูกันทีมไหนจะได้โควตาไป แชมเปี้ยนส์ ลีก และใครจะตกชั้นบ้าง

      เนต ซิลเวอร์ นักสถิติคนดังระดับโลกชาวอเมริกัน และเจ้าของบล็อก ไฟฟ์ เธอร์ตี้ เอจท์ นำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อหาอันดับ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 หลังเตรียมกลับมารีสตาร์ทตั้งแต่วันพุธที่ 17 มิถุนายนนี้

    ผลวิเคราะห์ของ ซิลเวอร์ ซึ่งได้รับฉายาว่า พ่อมดแห่งการคำนวณ ออกมาว่า ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์ที่ 101 คะแนน ตามมาด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 81 คะแนน, เลสเตอร์ 67 และ เชลซี 64 คะแนน โดยทั้ง 4 ทีมจะได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า

    ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้อันดับ 5 คว้าโควตาไปถ้วย ยูโรปา ลีก เท่านั้น ส่วน 3 ทีมตกชั้นคือ บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า และ นอริช ซิตี้        

    อันดับ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 จากการวิเคราะห์ของ ไฟฟ์ เธอร์ตี้ เอจท์

1. ลิเวอร์พูล                 101 คะแนน
2. แมนฯ ซิตี้                81
3. เลสเตอร์                67
4. เชลซี                    64
5. แมนฯ ยูไนเต็ด                62
6. วูล์ฟส์                    57
7. เชฟฯ ยูไนเต็ด                55
8. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์        55
9. อาร์เซน่อล                53
10. เอฟเวอร์ตัน                51
11. เบิร์นลี่ย์                49
12. คริสตัล พาเลซ            48
13. เซาธ์แฮมป์ตัน                44
14. นิวคาสเซิ่ล                44
15. ไบรท์ตัน               39
16. วัตฟอร์ด                39
17. เวสต์แฮม                38
18. บอร์นมัธ                36
19. แอสตัน วิลล่า                34
20. นอริช ซิตี้                30

ลิเวอร์พูลช็อก!เชลซีจ่อปิดดีลคว้าแวร์เนอร์

ทีมจอมปาดหน้าของจริง… สื่อดังปูด "สิงห์บลูส์" เชลซี จ่อเต็มทีแล้วที่จะปิดดีล ติโม่ แวร์เนอร์ หัวหอกเนื้อหอม แอร์เบ ไลป์ซิก คาดนักเตะเตรียมรับค่าเหนื่อยวีกละ 7 ล้านบาท 
    เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เขยิบเข้าใกล้เต็มทีแล้วกับการได้ตัว ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก บิลด์ สื่อชั้นนำเมืองเบียร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    ตลอดช่วงที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ถูกยกให้เป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะได้ตัว แวร์เนอร์ แต่พวกเขาไม่พร้อมจ่ายตามค่าฉีกสัญญา 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

    ล่าสุดกลายเป็น เชลซี ที่จ่อปิดดีลคว้าตัว แวร์เนอร์ โดย บิลด์ ระบุว่า "สิงห์บลูส์" ทาบซื้อเรียบร้อย ด้วยวงเงินตามค่าฉีกสัญญา ขณะที่ เดลี่ เมล สื่อดังอังกฤษ ระบุว่า หัวหอกทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี ตัดสินใจเรียบร้อยที่จะย้ายมายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบฤดูกาลนี้ โดยจะเซ็นสัญญากับ เชลซี เป็นเวลา 5 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 180,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.02 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ เชลซี ไม่ค่อยมีปัญหาด้านการเงิน ถึงแม้เจอ "โควิด-19" เนื่องจากพวกเขาเพิ่งพ้นโทษแบนเรื่องการเสริมทัพ แถมได้เงินก้อนโตจากการขาย เอแด็น อาซาร์ ให้ เรอัล มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน

ฮาร์แวร์ทซ์ อาจตามรอย ? แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพ์แข้งชาวเยอรมัน

ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวเตะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น คือหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ "ห้างขายยา" มาตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 จนทำให้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์เลย
   
ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของแข้งวัย 20 ปี ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด เป็นต้น ซึ่งไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่จริงจังกับการล่าตัว ฮาแวร์ทซ มากที่สุดในตอนนี้ และพร้อมยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาด้วย

    อย่างไรก็ตาม ถ้าจะว่าไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีประวัติที่ไม่ดีเท่าไหร่กับนักเตะชาวเยอรมัน เพราะมันไม่เคยมีนักเตะเลือดเบียร์คนไหนเลยที่สามารถแจ้งเกิดกับพวกเขาได้ ลองย้อนไปดูกันดีกว่าว่าคนที่ว่ามานี้มีใครกันบ้าง

    – บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (2015-2017)
    เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนคงยังจำภาพของ ชไวน์สไตเกอร์ ในสีเสื้อของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เป็นอย่างดี เพราะมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2015 จากการที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จ่ายเงินไป 9 ล้านยูโร เพื่อเอาเขามาจาก บาเยิร์น มิวนิค โดยในตอนนั้นมันเป็นดีลที่ฮือฮามาก เพราะว่า ชไวน์สไตเกอร์ นับเป็นมิดฟิลด์ชั้นยอดคนหนึ่ง

    นอกจากนี้ หลายคนก็มองด้วยว่าการที่ ชไวน์สไตเกอร์ ได้กลับมาร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล อีกครั้ง จะทำให้เขาสามารถระเบิดฟอร์มเก่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ หลังจากเดิมที ฟาน กัล ก็เคยทำให้ดาวเตะชาวเยอรมันโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในช่วงที่เขากุมบังเหียน บาเยิร์น ระหว่างปี 2009-11

    น่าเศร้าที่ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ชไวน์สไตเกอร์ ไม่เคยทำผลงานที่โดดเด่นในสีเสื้อของ "ปีศาจแดง"ได้เลย แถมพอถึงซีซั่น 2016-17 แมนฯ ยุไนเต็ด ยังเปลี่ยนตัวกุนซือจาก ฟาน กัล ไปเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ อีก และ มูรินโญ่ ก็ลดบทบาท ชไวนี่ จนแทบจะถึงขั้นเป็นคนไร้ค่า จนสุดท้าย ชไวน์สไตเกอร์ ก็ย้ายไปอยู่กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ทีมในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2017

    – รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ (2005-2010)
    ซีเลอร์ ฉายแววเด่นในฐานะผู้รักษาประตูได้ตั้งแต่ในอะคาเดมี่ของ เอฟเซ โคโลญจน์ จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อให้เขาไปเข้าอะคาเดมี่ของทีม ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบตกลงจนทำให้ได้ย้ายทีมในปี 2005 โดยตอนที่เขาไปฝึกฝีเท้ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น ซีเลอร์ เพิ่งจบการศึกษาที่เมืองเบียร์ด้วย ทำให้มันถือว่าเขาใจกล้าพอตัวที่ไปเสี่ยงดวงในต่างแดนตั้งแต่อายุยังน้อย

    ในฤดูกาลแรกของเขาบนเกาะอังกฤษนั้น ซีเลอร์ ได้ลงเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 22 เกมจากทุกรายการ และทำให้ถูกเรียกไปเป็นตัวสำรองในทีมสำรองด้วย โดยหลังจากนั้นเขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีจนได้เป็นกำลังในทีมสำรองของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเต็มตัวในซีซั่น 2007-08

    น่าเสียดายที่เส้นทางของเขากับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันไม่ได้สวยหรูแบบนั้น เขาไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้แต่นัดเดียว ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ ฮันโนเวอร์ ในปี 2010 โดยเขาเป็นมือ 1 ของที่นั่นด้วย แล้วจากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้ เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ตามลำดับ ก่อนที่จะเพิ่งกลับมาซบ ฮันโนเวอร์ เมื่อปีก่อน

    – มาร์คุส นอยมาเยอร์ (2003-2006)
    นี่คือนักฟุตบอลชาวเยอรมันคนแรกที่มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมันก็คงไม่แปลกที่หลายคนจะไม่รู้จักเขา เพราะว่า นอยมาเยอร์ มาอยู่กับทีมตั้งแต่ระดับอะคาเดมี่ แต่ไม่เคยได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้แต่นัดเดียว

    นอยมาเยอร์ ซึ่งเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง และการยืนเยื้องไปทางฝั่งขวานั้น ย้ายจาก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาอยู่กับ อะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2003 โดยที่ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เคยยื่นสัญญานักเตะอาชีพให้เขา และเขาก็ถึงขั้นเคยได้รับฉายาว่า "นิว เบ็คแฮม" ด้วย นอกจากนี้ เขาก็เคยอยู่ในทีมสำรองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดเดียวกับนักเตะอย่าง จอนนี่ อีแวนส์, เคราร์ด ปิเก้ และ จูเซ็ปเป้ รอสซี่ เหมือนกัน

    ที่จริง นอยมาเยอร์ เคยเกือบจะได้ติดทีมในเกม พรีเมียร์ลีก เหมือนกัน จากการโดนเรียกติดทีมชุดเจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเดือนมีนาคม ปี 2006 แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง โดยเขาโดนปล่อยออกจากทีมหลังจบซีซั่น 2005-06 ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ตระเวนเล่นให้กับหลายทีม แต่ก็ไม่มีทีมไหนที่ถือเป็นทีมดังจริงๆ ส่วนล่าสุดแข้งวัย 34 ปี กำลังเล่นอยู่กับ อาเรา ทีมในสวิตเซอร์แลนด์

 

ส่อง3แผนแมนยูหากได้ซาอูลมาเล่นร่วมบรูโน-ป็อกบา

เปิด 3 แท็กติกที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด จะจัดให้ ซาอูล ญีเกซ เข้ามาเล่นร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หากดาวเตะ แอต.มาดริด ย้ายเข้ารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
      ซาอูล ญีเกซ กองกลาง แอตเลติโก มาดริด สร้างความฮือฮาหลังจากที่เจ้าตัวประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้ว่าเตรียมที่จะเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องสโมสรใหม่

    มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน วัย 25 ปี ตกเป็นข่าวหนาหูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมทุ่มเงิน 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,730 ล้านบาท) ดึงมาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ขณะที่ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่ออังกฤษ ได้คาดการณ์ 3 แผนการเล่นหาก "ปีศาจแดง" ได้ ซาอูล มาเล่นในแดนกลางร่วมกับสตาร์อย่าง ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

    ระบบ 4-3-3

    แผนนี้ใช้ อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลุค ชอว์ ยืนเป็นแบ็กโฟร์ โดยมี ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสา

    ส่วน 3 มิดฟิลด์ให้ ซาอูล, ป็อกบา และ บรูโน่ เล่นร่วมกันเลย โดยที่กองกลางทีมชาติโปรตุเกส ยืนสูงได้เล่นอย่างมีอิสระคอยปั้นเกมหลังแนวรุก

    ด้าน 3 แนวรุกใช้ แดเนียล เจมส์, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเป็น 3 ประสานคอยทะลวง

ประตูคู่แข่ง

    ระบบ 4-4-2

    แนวรับ 4 คนเหมือนเดิม ขณะที่แผงกองกลาง 4 คนให้ บรูโน่ ยืนด้านขวา ส่วน ซาอูล ยืนทางซ้าย แล้วให้ ป็อกบา กับ เฟร็ด รับบทคู่กลาง

    ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ แอต.มาดริด ใช้แผนการเล่นนี้ในเกมยุโรปนัดสำคัญๆ โดยให้ ซาอูล ไปยืมริมเส้นฝั่งซ้าย และแท็กนี้ก็น่าจะเหมาะกับ "ปีศาจแดง" ในเกมที่เจอคู่แข่งหนักๆ

    ขณะที่คู่กองหน้าใช้งาน มาร์กซิยาล กับ แรชฟอร์ด น่าจะลงตัวที่สุดแล้ว

    ระบบ 3-5-2

 

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ชอบใช้ระบบกองหลัง 3 คนในการเจอกับทีมใหญ่ และผลงานออกมาดีทั้งการเจอ แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี

    แผนนี้กองหลัง 3 คนเป็น เอริก ไบยี่, แม็กไกวร์ และ ชอว์ โดยที่ วาน-บิสซาก้า กับ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ รับบทวิงแบ็ก ขณะที่ ป็อกบา กับ ซาอูล ยืนเป็นมิดฟิลด์คู่กลาง

    ส่วน บรูโน่ รับบทตัวทำเกมอยู่หลังคู่กองหน้า แรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยาล

มุลเลอร์จ่าย2-เลวานโขกปิด! บาเยิร์นไม่มีแผ่วรัวแซงเลเวอร์ ทิ้งรองฝูง10แต้ม

แม้เกมนี้จะถูกขึ้นนำไปก่อน แต่ บาเยิร์น มิวนิค ยังโชว์สมราคาพลิกกลับมาถล่ม เลเวอร์คูเซ่น ขาดลอย 4-2 โดยเกมนี้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำประตูที่ 44 ได้ในฤดูกาลนี้ พร้อมทำให้ทัพ "เสือใต้" มีแต้มทิ้งห่าง ดอร์ทมุนด์ รองจ่าฝูง 10 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัดจ่อแชมป์เต็มที ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา
    การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 ที่สนาม ไบ อารีน่า ระหว่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมอันดับ 5 ของตาราง พบ บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูง

    เกมนี้ ทัพ ”ห้างขายยา” ของเทรนเนอร์ ปีเตอร์ บอสช์ มีข่าวร้ายเมื่อหมดสิทธิ์ใช้งาน ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ตัวเก่งที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อก่อนเกม ทำให้ ลูคัส อลาริโอ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแทนแล้วดัน มุสซ่า ดิยาบี้ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ประสานงานร่วมกับ นาเดียม อามิรี่ ที่จะประจำการทางฝั่งขวา

    ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิคภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเตอร์-ฟลิค เกมนี้ไม่มีปัญหาในการจัดทัพส่งตัวรุกลงเต็มสูบทั้ง  คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ลงล่าตาข่าย

    ครึ่งแรกเกมดำเนินมาถึง นาทีที่ 10 เลเวอร์ฯ เป็นฝ่ายพลิกได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อ ยูเลี่ยน เบาม์การ์ทลิงเกอร์ จ่ายทะลุช่องให้ ลูคัส อลาริโอ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ ตุงตาข่าย ผู้ช่วยยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน แต่ผู้ตัดสินเช็กสัญญาณวีเออาร์กลับคำตัดสินให้เป็นประตู

เกมเปิดหน้าแลกกันสนุก นาที 15 บาเยิร์นฯ ได้โอกาสลุ้นครั้งแรกจากจังหวะเตะมุมแล้วเป็น เลออน โกเร็ทซ์ก้า ได้ขึ้นโขกแต่บอลตรงตัว ลูคัส ราเดชกี้ รับเข้าซองสบาย

    หลังจากนั้นทัพ "เสือใต้" เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้เปิดเกมบุกเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว และมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะตัดเกมแดนกลางสนามของ เลออน โกเร็ทซ์ก้า ก่อนจะจ่ายทะลุช่องให้ คิงส์เล่ย์ โกมัน หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือ ลูคัส ราเดชกี้ เป็นประตู

    นาที 39 ดาวิด อลาบา เปิดให้ โธมัส มุลเลอร์ พักอกหนึ่งจังหวะก่อนจะหวดด้วยขวาได้เขตโทษบอลหลุดเสาไกลออกไป 

    จนกระทั่ง นาที 42 บาเยิร์น ได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 จนได้ เลออน โกเร็ทซ์ก้า กระชากเข้าเขตโทษแล้วซัดเรียดด้วยซ้ายบอลเสียบมุมเสาไกลเข้าไปอย่างเหนือชั้น

    นาที 44 ทีมเยือนพลาดได้ลูกสามเมื่อ แซร์จ นาบรี้ หลุดเดี่ยวแต่ยิงไปติดเซฟของ ลูคัส ราเดชกี้ แต่ถึงกระนั้นช่วงทดเจ็บ 45+1 โจชัว คิมมิช เปิดยาวให้ นาบรี้ วิ่งมากระดกบอลข้ามตัว ราเดชกี้ เข้าประตูไป ให้ บาเยิร์น นำห่าง 3-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

    ครึ่งหลังเปิดฉากมา บาเยิร์น โหมเข้าใส่ทันที และได้ทักทายก่อน นาที 50 คิงส์เล่ย์ โกมัน ไหลย้อนมาให้ โธมัส มุลเลอร์ บริเว

 หลังจากนั้น บาเยิร์น ยังเดินหน้าล่าประตูต่อเนื่อง นาที 66 โธมัส มุลเลอร์ เปิดจากกราบขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ขึ้นโหม่งเหน่งๆไม่เหลือให้ บาเยิร์น หนีเป็น 4-1

    อย่างไรก็ตามช่วงท้ายเกม นาที 89 เจ้าถิ่นมีฮึดได้ประตูไล่มาเป็น 2-4 ฟลอเรียน เวิร์ทซ์ เจ้าหนูวัย 17 ตัวสำรอง ล็อกเข้าซ้ายแล้วปั่นเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม บาเยิร์น มิวนิค บุกถล่ม เลเวอร์คูเซ่น 4-2 เก็บชัย 9 นัดรวดในลีก ส่วนทีม "ห้างยา" ยังรั้งที่ 5 มีลุ้นโควต้าลุยชปล.ต่อไป

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
   
เลเวอร์คูเซ่น (3-4-3) : ลูคัส ราเดชกี้ – อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช, เอ็ดมอนด์ แทปโซบา, สเวน เบนเดอร์, ดาเนี่ยล ซิงกราเฟ่น – ชาร์ลซ์ อารานกีซ, ยูเลี่ยน เบาม์การ์ทลิงเกอร์ (เปาลินโญ่ น.62), เลออน ไบลีย์ (คาเร็ม เดเมียร์บาย น.46), คาริม เบลลาราบี้ (ฟลอเรียน เวิร์ทซ์ น.46) – นาเดียม อามิรี่ (เวนเดล น.46), ลูคัส อลาริโอ, มุสซ่า ดิยาบี้

เทรนเนอร์ : ปีเตอร์ บอสช์

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส (ลูก้าส์ แอร์กนองเดซ น.85) – โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า (ฆาบี มาร์ติเนซ น.74) – คิงส์เล่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.67), โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ (ติอาโก้ อัลคันทาร่า น.74) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเตอร์-ฟลิค

 

จริงหรือ?สื่อผู้ดีเผยทีมไหนเดินแผนล่าฮาแวร์ทซ์หนักสุด

หลังจากที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ แข้งอนาคตไกลของ เลเวอร์คูเซ่น ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมันก็มีกระแสข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่กำลังจริงจังในการล่าตัวเขามากที่สุด โดยที่ "ปีศาจแดง" จะเปิดหัวด้วยการให้ค่าตัวไป 50 ล้านปอนด์ แต่ก็มีโอกาสที่ เลเวอร์คูเซ่น จะบอกปัดข้อเสนอนี้เช่นกัน โดยสื่อที่รายงานข่าวนี้คือ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นทีมที่เดินเรื่องจริงจังมากที่สุดในการไล่ล่าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ แข้งดาวรุ่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมชั้นนำของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    ฮาแวร์ทซ์ กลายเป็นที่จับตามองของหลายคนในวงการลูกหนังตั้งแต่ฤดูกาลก่อน หลังจากทำไป 20 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 42 นัดในทุกรายการ และซีซั่นนี้เขาก็ยังทำผลงานได้โดดเด่น ด้วยการทำไป 15 ประตู และอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงสนามในทุกรายการ 38 นัด โดยทีมที่มีข่าวกับดาวเตะวัย 20 ปี ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีอย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด เป็นต้น

    เดอะ ซัน เสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเริ่มแผนการล่าตัว ฮาแวร์ทซ์ ด้วยการให้ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) แต่ก็มีโอกาสที่ เลเวอร์คูเซ่น จะปฏิเสธข้อเสนอนั้น จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องให้ค่าตัวสูงกว่าเดิม โดย "ปีศาจแดง" เชื่อว่า ฮาแวร์ทซ์ สามารถช่วยทีมได้ทั้งใน 3 ตำแหน่งของแดนหน้า หรือจะถอยมาเป็นกองกลางก็ยังได้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะดึง ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ด้วย

เฉากันพอดี!แฟนแฉล็อกดาวน์ทำอดเซ็กซ์แข้งราชัน

เซร์คิโอ เรกีลอน ฟูลแบ็กเลือดกระทิงดุของ เรอัล มาดริด ที่ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เซบีย่า ชีวิตคงหงอยๆ ในช่วงล็อกดาวน์ เพราะแฟนสาวออกมายืนยันว่าไม่มีเพศสัมพันธ์กันเลยระหว่างที่เก็บตัวหนีเชื้อไวรัสมรณะ  เพราะนักเตะไม่สามารถแวะไปเยี่ยมแม่ยอดขมองอิ่มได้เลย

    มาร์ต้า ดิอาซ ยูทูบเบอร์สาวคนงามพ่วงตำแหน่งหวานใจ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายอนาคตไกลวงการฟุตบอลสเปน เปิดเผยว่าตนกับแฟนหนุ่มนักฟุตบอลไม่ได้มีเซ็กซ์กันนานหลายเดือนในช่วงล็อกดาวนต์เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

    ดาวเตะวัย 23 ปีซึ่งถูก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ต้นสังกัดแม่ ส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เซบีย่า ไม่มีโอกาสที่จะแวะไปหาหวานใจของเขาเลยในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสมรณะในดินแดนกระทิงดุ ด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้งสองคนไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์สวาทเพื่อกระชับความรักให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

 

    สำหรับเรื่องนี้ ดิอาซ เป็นคนออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับช่วงเวลาที่แสนยากลำบากที่ต้องแยกกันอยู่กับ เรกีลอน หลังจากโดนยิงคำถามเด็ดเกี่ยวกับความสัมพันธ์บนเตียงระหว่างเธอกับพ่อยอดขมองอิ่มว่า "ไม่เลย ฉันไม่ได้อยู่กับเขา ฉันต้องล็อกดาวน์ตัวเอง"

    ทั้งนี้ ดิอาซ เป็นนักเขียน และนางแบบซึ่งโด่งดังจากการทำคลิปในเว็บไซต์ยูทูบ โดยมีผู้คนกดซับสไครบ์ กว่า 1.79 ล้าน สำหรับคลิปส่วนใหญ่ของเธอจะถ่ายกับพี่น้อง และการแกล้งกัน, ไลฟ์สไตล์เด็ดๆ และการให้คำแนะนำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่สำคัญช่องของเธอสามารถทำเงินไปแล้วมากกว่า 450,000 ปอนด์ (ราว 17.10 ล้านบาท)

    ขณะที่ เรกีลอน เป็นผู้เล่นดาวรุ่งพุ่งแรงวงการลูกหนังแดนกระทิงดุ  มีโอกาสติดทีมชาติสเปน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และเตรียมที่จะกลับมาเล่นให้ เรอัล มาดริด ในซีซั่นหน้า หลังจากถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เซบีย่า ซึ่งเขาได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และมีลุ้นช่วยต้นสังกัดชั่วคราวคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูลให้ไว!ใกล้เดดไลน์แวร์เนอร์ค่าตัวถูก

ลิเวอร์พูล, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรีบลงมือด่วนถ้าอยากได้ ติโม แวร์เนอร์ ในราคาไม่แพง เพราะใกล้ถึงเดดไลน์หมดค่าฉีกสัญญากับ ไลป์ซิก แล้ว
      บรรดาสโมสรที่กำลังให้ความสนใจ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิง แอร์เบ ไลป์ซิก ต้องเร่งมือด่วน หลังเหลือเวลาอีกแค่ 12 วันเท่านั้น ที่จะซื้อได้ในราคาต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,950 ล้านบาท) ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ตส์ สื่ออังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    หัวหอกทีมชาติเยอรมัน วัย 24 ปี มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 49 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,911 ล้านบาท) โดยมีผลจนถึงวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.นี้ และหากเลยเวลาไปแล้วทีมที่อยากได้ต้องเจรจากับ ไลป์ซิก และเชื่อว่า ค่าตัวคงพุ่งกระฉูด หลังนักเตะทำผลงานเยี่ยม และยังเหลือสัญญาถึงปี 2023

    แวร์เนอร์ ทำไป 31 ประตู จากการลงเล่นให้ ไลป์ซิก 40 เกมทุกรายการในฤดูกาลนี้ ส่งผลให้มีหลายสโมสรตามให้ความสนใจทั้ง ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน และ บาเยิร์น มิวนิค แต่ "เสือใต้" คงหมดโอกาสแล้ว เพราะนักเตะต้องการออกไปค้าแข้งในต่างแดน

    ขณะที่ ดิ แอธเลติก สื่อเมืองผู้ดีอีกเจ้า รายงานว่า แวร์เนอร์ มีความต้องการที่จะย้ายไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล มากสุด เนื่องจากต้องการร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเพื่อนร่วมชาติ