เหตุเกิดที่ฮ่องกง แข้งลาว 3 คนโดนโทษหนักห้ามเล่นตลอดชีวิต

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) ประกาศลงโทษแบนหนัก ทิพพรไซ อินทะวงสา ผู้รักษาประตูทีมชาติลาว ด้วยการห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลตลอดชีวิต หลังถูกตรวจพบว่ามีส่วนพัวพันกับเรื่องราวของการล็อคผลสกอร์การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องระดับเอ แมตซ์ นัดที่ ลาวบุกไปพ่าย ฮ่องกง 0-4 ที่สนามกีฬาแห่งชาติมงก๊ก สเตเดี้ยม เกมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.60
   จากการตรวจสอบของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ที่เข้าไปเช็กรายละเอียดต่างๆ ซึ่งทำงานร่วมกับสปอร์ตเรดาห์ เกมการแข่งขันคู่ระหว่างฮ่องกง เอาชนะ ลาว 4-0  ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องนานาชาติ เกมระดับ เอ แมตซ์ ที่เอเอฟซี และ ฟีฟ่า รองรับ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.60 มีสิ่งที่เป็นเรื่องน่ากังขาหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของผลสกอร์ ซึ่งทางเอเอฟซี ตรวจพบว่า  ทิพพรไซ  อินทะวงสา ผู้รักษาประตูทีมชาติลาวมีส่วนต่อการล็อคผลการแข่งขันจึงมีคำสั่งแบนจอมหนึบทีมชาติลาวตลอดชีวิต

   ก่อนหน้านี้ เอเอฟซี ได้ลงดาบหนักกับ 2 นักเตะทีมชาติลาวด้วยการแบนตลอดชีวิตกับ คำแพง ไซยาวุดทิ อดีตแข้งที่เคยมาแข้งในไทยลีก และ แลมโบ้ ไสสะนะ  เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในข้อหารับจ้างกำหนดผลการแข่งขัน ซึ่งเป็นเกมเดียวกับ ทิพพรไซ อินทะวงสา ผู้รักษาประตูทีมชาติลาว ที่โดนแบนล่าสุด ในเกมที่ ลาวบุกไปพ่าย ฮ่องกง 0-4   จากเกมการแข่งขันแมตซ์ดังกล่าวมีผู้เล่นทีมชาติลาวโดนแบนไปแล้วถึง 3 ราย
 

ประหยัดค่าเหนื่อย! แมนยูยิ้ม “อเล็กซิส” พร้อมฉีกสัญญาเพื่อซบอินเตอร์

สื่ออิตาลี รายงาน อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอกจอมเก๋า พร้อมฉีกสัญญาที่เหลืออยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อจะได้ย้ายไปเล่นแบบไม่มีค่าตัวกับ อินเตอร์ มิลาน หลังนักเตะทำผลงานดีเยี่ยมในช่วงที่เล่นยืมตัวกับ "งูใหญ่" ด้าน "ผีแดง" ยินดีไม่มีปัญหาเพราะจะทำให้พวกเขาประหยัดเงินได้ถึง 60 ล้านยูโร
               อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าชาวชิลี เตรียมย้ายไปเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน ถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่เจ้าตัวพร้อมฉีกสัญญากับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  จากการเปิดเผยของ สกาย สปอร์ตส์ อิตาเลีย สื่อชั้นนำในประเทศอิตาลี

              หัวหอกมากประสบการณ์ ไม่ประสบความสำเร็จกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในปี 2018 และสุดท้ายถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับทัพ "งูใหญ่" ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยนักเตะทำผลงานได้น่าประทับใจทำให้ อินเตอร์ อยากจะเซ็นสัญญาถาวร

              ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ซานเชซ ให้กับ "เนรัซซูรี่" ด้วยสนนราคาเพียงแค่ 15 ล้านยูโร (ราว 525 ล้านบาท) แต่ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ อิตาเลีย ระบุว่า อินเตอร์ ไม่ต้องจ่ายเงินให้กับ "เร้ด เดวิลส์" เพราะนักเตะยินดีจะยกเลิกสัญญาที่เหลืออยู่กับยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟ อร์ด

              นอกจากนี้ ซานเชซ ได้จัดการสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับอินเตอร์ เป็นเวลา 3 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อย 7 ล้านยูโร (ราว 245 ล้านบาท) ต่อซีซั่น โดยงานนี้นักเตะยินดีไม่มีปัญหาที่จะลดค่าเหนื่อยของตัวเองที่เคยได้ 20.23 ล้านยูโร (ราว 708 ล้านบาท) ต่อซีซั่นที่ได้รับจาก แมนฯ ยูไนเต็ด

            สำหรับการฉีกสัญญากับ อดีตสตาร์ บาร์เซโลน่า และ อาร์เซน่อล ซึ่งลงสนามให้ อินเตอร์ 29 เกมซัดไป 4 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ จากทุกรายการ ในครั้งนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยินดีไม่มีปัญหาแน่นอน เนื่องจากจะทำให้พวกเขาสามารถประหยัดเงินได้ถึง 60 ล้านยูโร (ราว 2,100 ล้านบาท)

ตั้งสติ!เอฟเอออกกฎเปาแจกใบแดงแข้งเจตนาไอ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ออกกฎใหม่ให้อำนาจกรรมการแจกใบแดงนักเตะที่ตั้งใจไอใส่คู่แข่งหรือผู้ตัดสิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเทียบเท่าการใช้คำหยาบ หรือการทำร้ายร่างกาย โดยเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
               สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงการณ์การณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎใหม่ที่ให้อำนาจผู้ตัดสินสามารถแจกใบแดงให้กับนักเตะได้ทันที หากผู้เล่นคนนั้นตั้งใจไอใส่นักเตะคู่แข่งหรือกรรมการในช่วงระหว่างที่อยู่ในการแข่งขัน

              ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้วงการกีฬาจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการสำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการห้ามจับมือในขณะที่อยู่ในสนาม, การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมฟุตบอล เป็นต้น

              สำหรับสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้เพิ่มความเข้มข้นของการป้องกันด้วยการออกกฎใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากมีการ "ไอ" ใส่ผู้อื่นในสนามไม่ว่าจะเป็นกับคู่แข่งหรือกรรมการ โดยเจตนา บุคคลนั้นมีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยการโดนใบแดง และต้องออกจากสนามทันที

              "หากผู้ตัดสินทราบว่ามีใครก็ตามที่ตั้งใจไอใส่หน้าคู่แข่งหรือกรรมการในระยะใกล้ ….ผู้ตัดสินสามารถใช้กฎข้อ 12 ที่ระบุเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารังเกียจ, ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้วาจาหรือแสดงสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหยาบคาย  แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นไล่ออก นักเตะก็จะถูกตักเตือนเนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขาดความเคารพในเกม" แถลงการณ์ เอฟเอ ระบุ

              อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ตัดสินจะไม่ทำการลงโทษในกรณีที่นักเตะไอธรรมดา หรือการถ่มน้ำลายลงพื้นสนาม เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่มีการขอความร่วมมือให้งดเว้นก็ตาม

แฉ! “ชิลเวลล์” อาจเป็นกองหลังแพงสุดในโลกหากซบเชลซี

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี อาจจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมหาศาลในการกระชากตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มฮอต มาร่วมทีม เพราะ เลสเตอร์ แจ้งกับ "สิงห์บูลส์" ไปแล้วถ้าอยากได้นักเตะจริงๆ ต้องกล้าจ่ายหนัก เนื่องจากดาวเตะเลือดผู้ดี มีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์
               "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องควักกระเป๋าเป็นสถิติโลกหากต้องการคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มร้อนแรงของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี

              แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ แสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ตัว แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจาก "เดอะ ฟ็อกซ์" มาเสริมแกร่งเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้แจ้งไปยัง "สิงห์บูลส์" แล้วว่าหากอยากได้ ชิลเวลล์ คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะนักเตะมีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อดีตเซนเตอร์แบ็กของทีม

              สำหรับ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท)

              ฉะนั้นหาก เชลซี อยากได้ ฟูลแบ็กวัย 23 ปีซึ่งอยู่กับ เลสเตอร์ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีและผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 11 เกม ไปร่วมทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินค่าตัวสูงมากๆ ขณะที่นักเตะก็ดูเหมือนอยากจะอำลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้เชลซี ซึ่งเขามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใสรออยู่

แมนยูสบายๆ!5ประเด็นเด็ดฟุตบอลถ้วยยุโรปคัมแบ็ก

เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจฟุตบอลถ้วยยุโรปจะกลับมาเริ่มเตะกันอีกครั้งตั้งแต่วันพุธนี้ อาทิ เชลซี คงต้องพึ่งปาฎิหาริย์ในการผ่านเข้ารอบ ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด สบายๆ อาจส่งเด็กลงเล่นหลังถล่มคู่แข่งในนัดแรก
    ฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาล 2019/20 ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก เตรียมจะกลับมาดวลแข้งกันอีกครั้งตั้งแต่สัปดาห์นี้ หลังต้องหยุดไปนานถึง 5 เดือน เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    รายการ ยูโรปา ลีก จะเริ่มกลับมาเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง วันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้ โดยเล่นที่บ้านของอีกฝ่ายตามโปรแกรมเดิม ยกเว้น 2 คู่ที่ยังไม่ได้เตะนัดแรก คือ อินเตอร์ มิลาน พบ เคตาเฟ่ และ เซบีย่า พบ โรม่า จะไปเตะแบบนัดเดียวจบที่ประเทศเยอรมนี แล้วต่อด้วยรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ

    ขณะที่ถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ยังเตะไม่จบอีก 4 คู่ (ยูเวนตุส พบ โอลิมปิก ลียง นัดแรก 0-1, แมนฯ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด นัดแรก 2-1, บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี นัดแรก 3-0 และ บาร์เซโลน่า พบ นาโปลี นัดแรก 1-1) นั้น จะเล่นนัดสองที่สนามของทีมเจ้าบ้านตามโปรแกรมเดิมในวันที่ 7-8 ส.ค. นี้ ก่อนเข้าไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่โปรตุเกส

    แน่นอนว่า การแข่งขันในปีนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเล่นเหมือนบอลทัวร์นาเมนต์นัดเดียวจบ และนี่คือ 5 ประเด็นน่าสนใจต้องจับตามองให้ดี

    1. เชลซี ต้องการปาฎิหาริย์

     เชลซี จบฤดูกาล พรีเมียร์ลีก ด้วยการคว้าอันดับ 4 ส่งผลให้คว้าโควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า และได้รองแชมป์ เอฟเอ คัพ หลังแพ้ อาร์เซน่อล ในนัดชิงชนะเลิศ

    ขณะที่ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ เชลซี ยังอยู่ในเส้นทาง แต่คงต้องพึ่งปาฎิหาริย์ เพราะในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ แพ้ บาเยิร์น ถึง 0-3

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีโปรแกรมพา "สิงห์บลูส์" ไปเยือนถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า วันเสาร์ที่ 8 ส.ค.นี้ และต้องเอาชนะ 3 ลูกขึ้นไปถึงจะมีโอกาสเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นงานหนักสุดๆ เพราะ "เสือใต้" ไม่แพ้ใครมาตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา

    2. เซเตียน จะอยู่หรือไป

    สื่อสเปน รายงานว่า กีเก้ เซเตียน จะได้อยู่คุม บาร์เซโลน่า ต่อไปก็ต่อเมื่อคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้เพียงสถานเดียวเท่านั้น

    เซเตียน เก้าอี้ร้อนหลังเสียท่าพลาดแชมป์ ลา ลีกา ให้กับ เรอัล มาดริด แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับนักเตะในทีมโดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ประจำทีม

    บาร์ซ่า จะลงเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง กับ นาโปลี ที่ คัมป์ นู วันเสาร์ที่ 8 ส.ค.นี้ หลังเกมแรกเสมอกันมา 1-1

    3. ผีสบายๆ อาจส่งสำรองบู๊ลินซ์

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก สดใส หลังเกมแรกในรอบ 16 ทีมสุดท้าย บุกไปอัด แอลเอเอสเค ลินซ์ ถึง 5-0  ก่อนกลับมาเล่นนัดสองที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันพุธที่ 5 ส.ค. นี้

    ในการซ้อม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปิดโอกาสให้กลุ่มดาวรุ่งหลายคนทั้ง เอธาน เลียร์ด, เจมส์ การ์เนอร์ และ ทาฮิธ ชอง ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และทั้งหมดอาจมีชื่อเป็นสำรองด้วย

    หาก "ปีศาจแดง" ผ่านเข้ารอบจะไปเจอผู้ชนะระหว่าง อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี) และ เอฟซี โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก) ในการเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบนัดเดียวรู้ผลที่ประเทศเยอรมนี

    4. ไลป์ซิก จะเป็นอย่างไรเมื่อไร้ แวร์เนอร์

    แอร์เบ ไลป์ซิก มีโปรแกรมต้องดวลกับ แอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งจากสเปน ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบนัดเดียวที่โปรตุเกส วันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค.นี้

    ปัญหาใหญ่ที่ ไลป์ซิก ต้องเผชิญคือเวลานี้ไม่มี ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเก่ง ที่ชิ่งหนีไปอยู่กับ เชลซี เรียบร้อย หลังไม่ยอมอยู่ช่วยทีมในเกมยุโรป

    แวร์เนอร์ เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ ไลป์ซิก เข้ามาถึงรอบนี้ หลังทำไป 4 ประตู และ 2 แอสซิสต์ รวมทั้งทำประตูให้ทีมในเกมเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

    5. เปแอสเช ลุ้น เอ็มบั๊ปเป้

    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนสำคัญของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คงฟิตไม่ทันเวลาช่วยทีมในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ กับ อตาลันต้า ที่ลิสบอน วันพุธที่ 12 ส.ค.นี้

    เอ็มบัปเป้ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาจากเกม เฟร้นช์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่ เปแอสเช เชือด แซงต์-เอเตียน 1-0  เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา และต้องพักราว 3 สัปดาห์

    หาก เปแอสเช เดินหน้าเข้ารอบรองชนะเลิศ ก็ยังพอมีโอกาสที่ เอ็มบั๊ปเป้ จะหายทันกลับมาช่วยทีม

กรีนวู้ดซัดกู้ชีพ! แมนยูแค่เจ๊าขุนค้อน แซงสิงห์ขึ้นที่3ชี้ชะตาท็อปโฟร์นัดสุดท้าย

"ปีศาจแดง" ทำได้แค่เสมอกับ เวสต์แฮม 1-1 ปอล ป็อกบา ทำเสียจุดโทษก่อนที่ มิคาอิล อันโตนิโอ จะซัดขึ้นนำ กระนั้นครึ่งหลัง เมสัน กรีนวู้ด มาซัดไล่เจ๊าก่อนจบด้วยการแบ่งแต้ม ส่งให้ แมนฯยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนเท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ชั่วคราว ซึ่งนัดสุดท้ายต้องไปชี้ชะตาลุ้นท็อปโฟร์กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 37 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งจะพาทีมพ่าย เชลซี ในรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ 1-3 ทำให้เสียสถิติไม่แพ้ทีมใดทุกรายการ 19 นัด เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับมือ เวสต์แฮม ที่รอดตกชั้นแล้ว ซึ่งหากเกมนี้ "ปีศาจแดง" ไม่แพ้จะแซงขึ้นอันดับ 3 ก่อนหน้า "สิงห์บลูส์" ที่มีคิวไปเยือนแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล

    เกมนี้ แมนฯยูไนเต็ด กลับมาใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด นำโดย เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ขณะที่ "ขุนค้อน" ของ เดวิด มอยส์ ยึด11แข้งชุดเก่งจากเกมล่าสุดที่ชนะ วัตฟอร์ด 3-1 นำโดย มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นหน้าเป้าและให้  จาร์ร็อด โบเว่น, มาร์ค โนเบิล และ ปาโบล ฟอร์นัลส์ ปั้นเกมรุกสนับสนุน

    เปิดฉากมาไม่ถึง 3 นาที "ผีแดง" ทักทายก่อนเลยหลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายบอลทะลุให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบบอลพุ่งไปติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

    ถัดมาไม่ถึงนาที บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้จ่ายอีกหนคราวนี้ให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่วิ่งสอดขึ้นหน้าก่อนจะอัดด้วยซ้ายไปเสาไกลแต่บอลเบา ฟาเบียนสกี้ พุ่งรับไว้ได้

    แม้ทีมเยือนจะเริ่มตั้งเกมได้ แต่ "ปีศาจแดง" ยังครองเกมได้เหนือกว่า นาที 18 ได้โอกาสลุ้นอีกครั้ง เนมานย่า มาติช ไหลบอลให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้กดนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

    นาที 31 "ขุนค้อน" ได้ลุ้นเป็นหนแรกของเกมหลัง มาร์ค โนเบิล เล่นสั้นที่มุมธงให้ จาร์ร็อด โบเว่น ตักบอลเข้ากลางมาให้ อันเจโล อ็อกบอนน่า เทกตัวโขกหลุดเสาไกลออกไป

    นาที 37 เป็นโอกาสของ มาร์คัส แรชฟอร์ด บ้างคราวนี้ตั้งป้อมตะบันไกลกว่า 30 หลา บอลพุ่งแรงจนลูคัส ฟาเบียนสกี้ ต้องทุบออกไป ถัดมาไม่ถึงนาทีผีแดงเกือบขึ้นนำอีก แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ครอสมาเสาสองให้ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ วิ่งมาวอลเลย์ด้วยขวาแต่บอลโดนไม่เต็มปลิ้นหลุดกรอบออกไป

    เจ้าบ้านยังบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 39 ไอ้หนูวิลเลี่ยมส์ได้หลุดถึงเส้นหลังก่อนจะล็อคหนี จาร์ร็อด โบเว่น อย่างใจเย็นแล้วปาดเข้ากลางให้  เมสัน กรีนวู้ด หวดด้วยซ้ายหน้ากรอบไม่ถึง 12 หลาบอลพุ่งไปติดบล็อค อันเจโล อ็อกบอนน่า อย่างน่าเสียดาย

    นาที 45 ทีมเยือนมาได้ลุ้นจากฟรีคิก  อารอน เครสส์เวลล์ ยิงเต็มแรงไปติดตัวป็อกบาแต่ VAR ส่งสัญญาณ พอล เทียร์นี่ย์ ผู้ตัดสินว่าจังหวะที่ ป็อกบา ยกมือมาบังบอลกลายเป็นแฮนด์บอล ก่อนที่ผู้ตัดสินจะชี้เป็นจุดโทษให้ "ขุนค้อน" และเป็น มิคาอิล อันโตนิโอ ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เวสต์แฮม บุกมาขึ้นนำ 1-0 ในนาที 45+2

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ตามหลัง เวสต์แฮม 0-1

    ครึ่งหลัง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แก้เกมทันทีเลยด้วยการส่ง อารอน วาน-บิสซาก้า ลงไปเล่นแบ็กขวาแทน ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์

    นาที 51 "ผีแดง" มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะการประสานงานอันยอดเยี่ยมของ มาร์กซิยาล ที่จ่ายบอลสุดเนียนให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้บอลก่อนซัดเร็วด้วยซ้ายเสาแรกส่งบอลซุกก้นตาข่ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ 10 ในลีกของดาวยิงวัย 18 ปี

    นาที 62 ขุนค้อน ตอบโต้ขึ้นมาเกือบแซงขึ้นนำอีกครั้ง มาร์ค โนเบิล ป้ายบอลออกขวาให้ จาร์ร็อด โบเว่น กระชากเข้าไปซัดเต็มข้อบอลแฉลบ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก่อนที่ ดาบิด เด เคอา จะซูเปอร์เซฟปัดบอลข้ามคานออกไป

    นาที 75 เดวิด มอยส์ ต้องเปลี่ยนเอา อาร์ตูร์ มาซูอากู ลงไปเล่นแทน อารอน เครสส์เวลล์ ที่บาดเจ็บ ก่อนในนาที 78 จะส่ง เซบาสเตียง อัลแลร์ ลงไปเล่นแทน มิคาอิล อันโตนิโอ

    นาที 85 "ผีแดง" ส่ง โอเดียน อิกาโล่ ลงมาเล่นแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด และแค่สัมพัสแรกเกือบพังประตูให้ทีมขึ้นนำหลัง เมสัน กรีนวู้ด ครอสมาเสาแรกมาให้ หัวหอกชาวไนจีเรียซัดด้วยขวาหลุดกรอบไป

    ช่วงท้ายเกม เจ้าบ้านกดดันอย่างหนักเพื่อเอาประตูชัย แต่ทัพขุนค้อนยังช่วยกันได้ดีจนจบการแข่งขันเป็นอันว่า แมนฯยูไนเต็ด ทำได้แค่ไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 แบ่งแต้มกันไป "ปีศาจแดง" มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนเท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ชั่วคราว ส่วน "ขุนค้อน" รั้งอันดับ 15 มี 38 แต้ม

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ (อารอน วาน-บิสซาก้า น.46), วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกว์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด (โอเดียน อิกาโล่ น.85) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        เวสต์แฮม (4-2-3-1-) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – เบน จอห์นสัน, อิสซ่า ดิย็อป, อันเจโล อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์ (อาร์ตูร์ มาซูอากู น.75) – เดแคลน ไรซ์, โทมัส ซูเช็ค – จาร์ร็อด โบเว่น (อังเดร ยาร์โมเลนโก้ น.90+1), มาร์ค โนเบิล, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ (เซบาสเตียง อัลแลร์ น.78)

ของดีทั้งนั้น!11แข้งฝีเท้าไม่ธรรมดาจาก3สโมสรตกชั้น

 ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 ปิดฉากลงไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสามสโมสรที่ต้องตกชั้นลงไปโลดแล่นในเวที แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้านั้น ประกอบไปด้วย นอริช ซิตี้, บอร์นมัธ และ วัตฟอร์ด ทว่าสโมสรเหล่านี้มีนักเตะฝีเท้าดีในสังกัดหลายราย และคู่ควรที่จะได้รับความสนใจจากบรรดาสโมสรที่ใหญ่กว่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากบางคนได้อยู่โชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อในฤดูกาลหน้า หรือไม่ก็ย้ายไปค้าแข้งในลีกระดับสูงที่อื่น และนี่คือ 11 แข้งที่น่าสนใจจากสามสโมสรตกชั้น ซึ่งคัดสรรโดยสื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง The Sun
 – เบน ฟอสเตอร์ (วัตฟอร์ด)

     นายทวารวัย 37 ปี มีประสบการณ์เพียบในลีกสูงสุดอังกฤษ โดยลงเฝ้าเสาไปทั้งสิ้น 364 นัด เก็บคลีนชีตได้ 88 ครั้ง ดังนั้น ฟอสเตอร์ ถือเป็นผู้รักษาประตูที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยากได้เจ้าตัวไปสร้างความกดดันให้กับนายประตูมือหนึ่้งอย่าง อูโก้ โยริส แต่ข่าวการย้ายทีมก็เงียบไป หลัง ฟอสเตอร์ ตกลงขยายสัญญากับ "แตนอาละวาด" เมื่อเดือนก่อน

 – แม็กซ์ แอรอนส์ (นอริช ซิตี้)

  ฤดูกาลที่ผ่านมา แอรอนส์ ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ให้ นอริช ไปถึง 36 นัด และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนมีข่าวว่า สเปอร์ส (อีกแล้ว) อยากได้ตัวไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ และด้วยการที่ตอนนี้ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ตกชั้นเรียบร้อย จึงน่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับ "ไก่เดือยทอง" ในการเร่งปิดดีลกระชากตัว แบ็กขวาวัย 20 ปี ไปร่วมก๊วน

 – นาธาน อาเก้ (บอร์นมัธ)

  อาเก้ ถือเป็นกองหลังฝีเท้าดีที่ใครๆ ก็ทราบกันดี โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อปิดดีลได้แล้ว แต่สุดท้ายข่าวก็เงียบๆ ไป ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงต้นสังกัดเก่าอย่าง เชลซี ก็มีข่าวอยากได้ตัว ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์วัย 25 ปี เช่นกัน ซึ่งถึงแม้ บอร์นมัธ เคยตั้งค่าหัว อาเก้ ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะของสโมสรตอนนี้ที่ตกชั้นเรียบร้อย พวกเขาจึงน่าจะยอมขายในราคาที่ถูกกว่าที่ตั้งเอาไว้ครึ่งหนึ่ง

 – เบน ก็อดฟรีย์ (นอริช ซิตี้)

 

  เป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าสนใจจากค่าย "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ซึ่งเราอาจจะได้เห็นเขาออกไปค้าแข้งในลีกต่างแดนก็เป็นได้ เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่า สองสโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก กำลังให้ความสนใจอยู่ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็เล็งๆ ปราการหลังวัย 22 ปี รายนี้เช่นกัน

 – ดีเอโก้ ริโก้ (บอร์นมัธ)

  แม้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" จะกระเด็นตกชั้น แต่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิชวัย 27 ปี ซึ่งย้ายมาจาก เลกาเนส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ถือเป็นนักเตะอีกคนในสังกัดที่ทำผลงานได้น่าจับตา โดยเฉพาะการเติมเกมรุก ซึ่งประสบการณ์ในเกม พรีเมียร์ลีก 39 นัดนั้น เจ้าตัวจัดไป 4 แอสซิสต์ ถือว่าไม่เลวเลย 

 – เคราร์ด เดวโลเฟว (วัตฟอร์ด)

  เรื่องฝีเท้าของ อดีตเด็กปั้น บาร์เซโลน่า คนนี้ ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ปัญหาบาดเจ็บอย่างรุนแรงตรงหัวเข่า ทำให้เจ้าตัวต้องพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าผลงานของ เดวโลเฟว ก่อนเดี้ยงนั้น ถือว่าไม่ใช่เล่นๆ เลย เพราะเจ้าตัวกดไป 4 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 28 นัด ดังนั้นเมื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เดวโลเฟว จึงถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่บรรดาสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ควรจับตามอง

 – อับดูลาย ดูคูเร่ (วัตฟอร์ด)

  มิดฟิลด์เฟร้นช์แมนวัย 27 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลที่อยู่รับใช้ทัพ "แตนอาละวาด" โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 141 นัด ทำได้ 17 ประตู แต่เราคงจะไม่ได้เห็นเขาอยู่เล่นในระดับ แชมเปี้ยนชิพ ค่อนข้างแน่ เพราะเจ้าตัวแย้มเอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วว่า ตั้งเป้าที่จะย้ายทีมหลังจบซีซั่น และมีความฝันที่จะเล่นให้กับยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 – ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช ซิตี้)

  แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เห็น แคนท์เวลล์ อยู่กับ นอริช ต่อ เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา มิดฟิลด์เลือดผู้ดีวัย 22 ปี ทำผลงานได้เข้าตาเหลือเกิน โดยลงเล่นเกมลีกไปทั้งสิ้น 37 นัด ทำได้ 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จนมีข่าวเกี่ยวโยงกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ บาเยิร์น มิวนิค เป็นต้น

 – โจชัว คิง (บอร์นมัธ)

  หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์วัย 28 ปี มีผลงานทำ 48 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 161 นัด ให้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ดังนั้น คิง จึงถือเป็นกองหน้าที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับเหล่าสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวอยากได้เจ้าตัวกลับสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 – ตีมู ปุ๊กกี้ (นอริช ซิตี้)

  เป็นอีกหนึ่งของดีจากถิ่น แคร์โรว์ โร้ด แม้ 13 เกมหลังสุดในศึก พรีเมียร์ลีก เจ้าตัวผลิตสกอร์ไม่ได้เลยก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมตลอดทั้้งซีซั่น กระทุ้งไป 11 ประตู จากการลงเล่น 36 นัด ซึ่งถือว่าไม่เลว และนั่นทำให้ กองหน้าทีมชาติฟินแลนด์วัย 30 ปี มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เบซิคตัส สโมสรยักษ์ใหญ่ลีกตุรกี

 – ทรอย ดีนี่ย์ (วัตฟอร์ด)

  แม้อายุปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่ ดีนี่ย์ ถือเป็นของดีที่น่าสนใจไม่น้อย หลังจากที่กดไป 10 ประตู จาก 27 เกมในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด โดยปัจจุบันเหลือสัญญากับ "แตนอาละวาด" อีกแค่ปีเดียว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าตัวจะเลือกอำลาทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเปรยๆ เอาไว้เรียบร้อย หลังจบเกมปิดซีซั่นที่ วัตฟอร์ด บุกพ่าย อาร์เซน่อล 2-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

บ่อนเปิดราคาทีมใหม่คูลิบาลี่หลังเตรียมลานาโปลี

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคาต้นสังกัดใหม่ของ คาลิดู คูลิบาลี่ หลังมีโอกาสชิ่งหนี นาโปลี ยกทีมดังใน พรีเมียร์ลีก เป็นเต็ง 1 ที่จะได้มาเสริมแนวรับ
     คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังทีมชาติเซเนกัล ส่อแววอำลา นาโปลี สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลัง ออเรลิโอ เด เลาเรนติส ประธานใหญ่แห่งถิ่น ซาน เปาโล แย้มเป็นนัยว่า เตรียมที่จะตัดสินใจขายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    เด เลาเรนติส เผยผ่าน สกาย สปอร์ต อิตาเลีย ว่า "คาลิดู เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ คนหนึ่ง และแน่นอนว่า มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะเสียเขาไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเวลา ซึ่งมันก็ต้องถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน แต่ที่พูดไปนั้น ตอนนี้เรายังไม่มีข้อเสนอระดับ 90 ล้านยูโร วางบนโต๊ะเลยนะ"

    คูลิบาลี่ วัย 29 ปี มีข่าวกำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยากได้กองหลังคนใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เล็งๆ อยู่เหมือนกัน

    ขณะที่ เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ยกให้ "เรือใบสีฟ้า" เป็นเต็ง 1 ที่จะได้ลายเซ็นของ คูลิบาลี่ โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย "ปีศาจแดง" ที่ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ คูลิบาลี่

1. แมนฯ ซิตี้        5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด        6/1
3. ลิเวอร์พูล        10/1
4. เปแอสเช        11/1
5. บาร์เซโลน่า        17/1
5. เรอัล มาดริด        17/1

เมาท์นำร่อง-ชิรูด์ปิดกล่อง! เชลซีเปิดรังทุบวูล์ฟส์2-0 คว้าอันดับ4ตีตั๋วไป ชปล.

เมสัน เมาท์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำคนละประตู ช่วยให้ เชลซี เปิดรังเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 เก็บสามแต้มส่งท้าย พร้อมคว้าอันดับ 4 ของตาราง พร้อมคว้าสิทธิ์ ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ชปล. ฝั่ง "หมาป่า" หล่นไปรั้งอันดับ 7 ของตาราง

ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ (นัดสุดท้าย)
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563
เชลซี 2-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน

    เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที ราอูล ฮิเมเนซ จ่ายบอลทะลุช่องให้ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ได้หลุดขึ้นไปทางด้านขวา ก่อนเปิดเข้ามาในหน้าปากประตู แต่ไปติด
 คูร์ท ซูม่า ออกหลังไป

    หลังจากนั้นทั้งสองทีมพยายามต่อบอลเพื่อหวังทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดมีโอกาสจบสกอร์แบบจะๆได้ เกมผ่านไปแล้ว 25 นาที เชลซี ยังเสมอกับ
 วูล์ฟแฮมป์ตัน อยู่ 0-0

    นาทีที่ 38 คริสเตียน พูลิซิช ได้บอลก่อนไหลให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ได้หลุดทางด้านซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงจากหน้าเขตโทษ บอลไปติดบล็อคของ
 วิลลี่ โบลี่ หลุดออกข้างไป

    หลังจากนั้นอีกหนึ่งนาที เมสัน เมาท์ ได้จังหวะเปิดบอลจากด้านขวา บอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนเป็น โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้จังหวะโหม่งบอลหลุดข้าม
 คานไป

    นาทีที่ 43 จอนนี่ กาสโตร ได้บอลหลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้ามาหน้าปากประตู บอลโค้งเกือบจะเข้าเสาสอง แต่เป็น วิลลี่ กาบาเยโร่
 ปัดบอลออกมาชนกองหลังเชลซี ก่อนบอลจะหลุดออกหลังไปได้

    นาทีที่ 45+2 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า โดนทำฟาวล์หน้าเขตโทษ ก่อนเป็น เมสัน เมาท์ รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งเสียบเสาทางด้านขวาของ รุย ปาตริซิโอ
 เข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้ เชลซี ออกนำ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

    นาทีที่ 45+4 เมสัน เมาท์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แตะบอลหนึ่งจังหวะหลบ รุย ปาตริซิโอ ก่อนตามไปยิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้
 เชลซี นำห่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

    หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เชลซี นำห่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

    เริ่มครึ่งหลังมาเป็นทางฝั่งทีมเยือน ได้จังหวะบุกมากกว่า แต่ยังไม่สามารถ ทำประตูตีไข่แตกได้ เกมผ่านไปแล้ว 55 นาที สกอร์ยังคงเดิมที่ เชลซี
 นำ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

    หลังจากนั้นอีก 2 นาที รูเบน เนเวส วางบอลให้  ดีเอโก้ โชต้า บังบอลก่อนเลี้ยงหลบกองหลังเจ้าถิ่น พอถึงแถวๆหน้าเขตโทษ แล้วตัดสินใจยิง
 บอลพุ่งไปตรงตัวของ วิลลี่ กาบาเยโร่ รับเข้าซองเอาไว้ได้

    หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี เอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0  เก็บสามแต้มส่งท้าย พร้อมคว้าอันดับ 4 ของตาราง พร้อมคว้าสิทธิ์ ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ชปล. ฝั่ง "หมาป่า" หล่นไปรั้งอันดับ 7 ของตาราง ต้องลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูโรปาลีก แทน
   
     รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

    เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์,คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส
 อลอนโซ่ – เมสัน เมาท์, คริสเตียน พูลิซิช – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-2-1) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอเนอร์ เคาดี้, โรแม็ง แซสส์ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, เลอันเดร์ เดนดองเกอร์ ,
จอนนี่ กาสโตร -เปโดร เนโต้, ดีเอโก้ โชต้า – ราอูล ฮิเมเนซ

5สโมสรยื่นข้อเสนอให้วิลเลี่ยน-มี2ทีมพรีเมียร์ฯ

วิลเลี่ยน กองกลางแซมบ้า กลายเป็นนักเตะเนื้อหอม หลังเตรียมลา เชลซี เผยมี 5 ทีมที่อยากได้ลายเซ็น โดยในนั้นเป็น 2 ทีม พรีเมียร์ลีก
     เคีย จูรับเชียน เอเยนต์ของ วิลเลี่ยน ปีกประสบการณ์สูง เชลซี เปิดเผยว่า นักเตะในความดูแลของตนได้รับข้อเสนอจาก 5 สโมสร ก่อนที่จะหมดสัญญากับ "สิงห์บลูส์" หลังจบเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ กับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เวมบลีย์ วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้

    ดาวเตะบราซิเลียน วัย 31 ปี เป็นนักเตะเนื้อหอม โดยมีข่าวพัวพันกับทั้ง อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา

    จูรับเชียน เผยผ่าน ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาแดนผู้ดีเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า "ผมไม่คิดว่า เขาจะเปลี่ยนใจ (อยู่เล่นให้ เชลซี ต่อ) เราได้รับข้อเสนอจากหลายทีม หนึ่งในนั้นมาจาก เมเจอร์ลีก ซึ่งต้องการเข้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม แต่เขาต้องการอยู่เล่นให้ เชลซี จนจบฤดูกาลเสียก่อน แล้ว 1 วันหลังจากซีซั่นปิด เขาถึงจะตัดสินใจ"

    "เขาได้รับข้อเสนออย่างจริงจังจาก 2 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก รวมทั้ง 1 ทีมจาก เมเจอร์ลีก และอีก 2 ทีมในยุโรป เขาจะทำการตัดสินใจหลังเล่นเกมสุดท้ายของฤดูกาล" เอเยนต์คนดัง กล่าวทิ้งท้าย โดยไม่ยอมบอกว่า 2 ทีม พรีเมียร์ลีก คือสโมสรไหนบ้าง